<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

1 

3 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

@ Thai Movie in Denmark~ ปลื้มใจหนังไทย อาหารไทย~....@^^
@ Recipe For Love~ ข้าวหมกไก่ +ไก่สะเต๊ะ ณ เดนมาร์ก~....@^^‏
@ Tag 70 ~ เรียนรู้กันด้วย แท็คเจ็ดสิบข้อ ~........@^^
@ Berlin Trip 6 : Goodbye Berlin~ เสน่ห์เบอร์ลิน ที่ไม่มีวันลืม~..@^^
@ Berlin Trip5 : Lovely Berlin ~มุมน่ารักๆ ของเบอร์ลิน~......@^^
@ Berlin Trip4 : The Jewish Museum Berlin ~~...... @^^
@ Berlin Trip3 : City of Architectures~ สถาปนิกพาเที่ยว~....@^^
@ Berlin Trip2 : Berlin by Night ~ สีสันค่ำคืนที่เบอร์ลิน~....@^^
@ Berlin Trip1: Copenhagen To Berlin~ เริ่มต้นทริป~..@^^
@ Das Ist Berlin : This is Berlin ~ กลับจากทริปเบอร์ลิน~..@^^
@ Surprise Trips ~ ไปทะเล และไปเบอร์ลิน ~........ @^^

 

 


C l i c k

 

ครัวโอ๊ตโตโต้


 


How To ไปขั้วโลกเหนือ

 

ชีวิตที่ขั้วโลกเหนือ





ทะเลกระบี่


 

เรื่องราวของความรัก

 

ตะกายกำแพงเบอร์ลิน

 

ซัมเมอร์ฮอลิเดย์

 

ทริปแห่งความรัก

 

เที่ยวอิสตันบูล

Message to me 

 

 

 

 

 

 

 

@ Berlin Trip4 : The Jewish Museum Berlin ~~...... @^^

 

 

วันพฤหัสบดี
20 March 2008
Berlin, GERMANY
Temp. 2 degree celsius, Sunny
Sunrise 6 AM. Sunset 6 PM.
 

 

ไดหน้าก่อน อาจจะเข้าใจยากหน่อย

หน้านี้จะยิ่งหนักขึ้นไปอีก..อิอิ
เพราะยังคงเป็นงานสถาปัตยกรรม (ที่เข้าใจยาก..รึป่าว?)
แต่ก็อยากเขียนบันทึกการเดินทางของตัวเองไว้
และเผื่อใครที่ได้ผ่านมาอ่าน ก็จะได้อะไรเล็กๆน้อยๆกลับไปบ้าง..

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

ขอบคุณคอมเม้นจากหลายๆคน ในหน้าที่แล้วมากๆนะคะ..
ซาบซึ้งใจจริงๆ ที่อุตส่าห์พยายามเข้าใจสิ่งที่เขียนไป..

 

เหตุผลหลักที่อยากมาเที่ยวเบอร์ลินที่สุด..ก็คือ
อยากมาดูงานสถาปัตยกรรม..

ที่สุดของที่สุด คือที่นี่..

 

"The Jewish Museum Berlin"
(พิพิธภัณฑ์ชาวยิว เบอร์ลิน)

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

โดยสถาปนิกชาวอเมริกัน
เชื้อสายโปแลนด์ 
"Daniel Libeskind"
เราสองคนชื่นชอบผลงานของเค้า ชิ้นนี้มากๆๆ

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


เคยดูในหนังสือ ตั้งแต่ตอนเรียนถาปัดฯ
วันนี้ดีใจ..ตื่นเต้นมากๆที่จะได้มาเห็นของจริง..อิอิ

 

 


 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ภาพของตึกจากมุมสูง (Thanks : danial-libeskind.com) @

 

 

เป็น  หนึ่งในสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงมากๆของเบอร์ลิน
รูปร่างหน้าตาอาจจะแปลกๆสักหน่อย
ถ้าดูจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูป "ซิกแซ็ก"
เค้าได้เปรียบรูปทรงซิกแซ็ก คือ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวยิวในสมัยนั้น

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

สังเกตุ ว่าไปทางไหนๆในเบอร์ลิน ก็มีแต่เรื่องของชาวยิว
เพราะในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ชาวยิวในยุโรปจำนวนกว่า 6 ล้านคน ถูกฆ่าอย่างทรมาน
จากความคิดการล้างเผ่าพันธ์ชาวยิว ของอดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ ผู้นำพรรคนาซีสมัยนั้น

(อ่านข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/The_Holocaust)

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ @

 

 


ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ด้วยกันนะ..

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

ทางเข้าหลักของพิพิธภันฑ์นี้ จะอยู่ที่ตึกเก่า..
เราใช้ตั๋วรถไฟแบบ
"City Tour Card"
ยื่นให้เจ้าหน้าที่ดู ก็จะได้เข้าพิพิธภัณฑ์ฟรี..

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

แล้วลงไปชั้นใต้ดินของอาคาร
ตรงนี้ละจุดสำคัญเลย คอนเซ็ปของพิพิธภัณฑ์..

 

สถาปนิกได้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 Axis (เส้นทาง)

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ main exhibition @

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

Axis ที่ 1

 

"Axis of The Holocaust" - เส้นทางแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธ์

เป็นทางเดินที่สุดปลายทางเดิน จะเป็นผนังสีดำ
พอเราเปิดประตูบานใหญ่สีดำเข้าไปก็จะเจอ
ผนังสีดำสูงกว่าสิบเมตร และมีช่องแสงเล็กๆอยู่ตรงมุมบน

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ Axis of the holocaust @

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

ตรงนี้สถาปนิก เปรียบห้องนี้คือ
"The Tower of the Holocaust"


หอคอยแห่งการล้างเผ่าพันธ์
ความรู้สึกที่สัมผัสได้ตรงนี้คือ ความหนาวยะเยือก..
เสียงที่เงียบ
มีแต่เสียงของลม และช่องแสงเล็กๆ

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ The Tower of the holocaust @

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

ความรู้สึก อึดอัด ว่างเปล่า..และความหวังที่ริบหรี่

เปรียบเสมือนตอนที่ชาวยิวหลายคน
ถูกส่งขึ้นรถไฟที่แน่นแออัด ไปยังที่กักกันชาวยิว
พวกเค้าเห็นแต่เพียง ลำแสงเล็กๆที่ทอดมาจากช่องเล็กๆของรถไฟ

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

Axis ที่ 2

 

"Axis of Exile" - เส้นทางแห่งการถูกเนรเทศ

เดินจากเส้นทางนี้ จะเจอกับช่องแสงสว่าง
ออกไปด้านนอกตัวตึก จะเจอสวนต้นไม้ที่มีลำต้นเป็นแท่งคอนกรีต..
ตรงนี้เรียกว่า
"The Garden of Exile"

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ Axis of Exile @

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ The Garden of Exile @

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

แสดงถึง..การถูกเนรเทศอพยพหนีไปอยู่กระจายในที่ต่างๆของโลก
แต่สถาปนิกพยายามทำสวนให้เอียงเล็กน้อย ไม่ราบตรง
เหมือนการเดินทางที่มีความยากลำบาก

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

Axis ที่ 3

 


"Axis of Continuity" - เส้นทางแห่งความต่อเนื่อง

เปรียบเสมือนการเดินทาง ความทรมานที่ไม่รู้จุดจบ
ตรงนี้จะเป็นทางเดินขึ้นบันได ไปยังพิพิธภัณฑ์ในส่วนต่างๆ..

 

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ Axis of Continuity @

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


Axis ทั้งสามอัน คือ หัวใจหลัก
ของการสื่อความหมายพิพิธภัณฑ์แห่งนี้
ที่ "Daniel Libeskind" พยายามทำขึ้นมา

และเรารู้สึกว่า มันลึกซึ้งมากๆ..

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

และก็ให้ความรู้สึก หดหู่ ในเวลาเดียวกัน..
สงสารคนยิวที่บริสุทธิ์ในสมัยนั้นมากๆๆด้วย..

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

ต่อจากตรงนี้ เราก็เดินไปพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นหนึ่ง
ตรงนี้จะเป็นช่องเปิดโล่ง อยู่ในอาคาร

เรียกว่า "The Void of Memory"

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ The void of memory @

 

 

มีงานศิลปะที่เราชอบมากๆๆ..
ทีแรกเดินไปก็ว่าเฉยๆ เป็นแค่ช่องแสงธรรมดา..

แต่พอมีคนเดินบนพื้น เสียงของแท่งเหล็กกลมๆก็ดังระงมเลย..
เพิ่งมาเข้าใจทีหลังว่า มันคือคอนเซ็ปของงานศิลปะ ที่ชื่อ

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


"Shalechet -Fallen Leaves"

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ The fallen leaves @

 


 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


 

คนออกแบบ คือ "Menashe Kadishman"

เค้าออกแบบแท่งเหล็ก กลมๆ หน้าเหมือนคน อ้าปากหวอ..
จำนวน 10,000 กว่าชิ้น วางบนพื้นคอนกรีต

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ โอยย...เจ็บๆๆ..... @

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

ลองเดิน เองถึงจะเข้าใจความหมายที่เค้าคิดขึ้นมา
เวลาเราเดินไป จะเหมือนเราเดินบนหน้าของคน
เสียงของเหล็กที่กระทบกันดังระงม เปรียบเสมือน ความรู้สึกถึงความเจ็บปวด
ของเหยื่อชาวยิวที่บริสุทธ์..

 

C l i p  : Walk through the Fallen Leaves
(ลองเดินไปด้วยกันนะ..)

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

บางอันเป็นหน้าเล็กๆ คิดว่าเค้าคงสื่อถึงเด็ก
พอเราเดินบนหน้าเหล่านี้แล้ว รู้สึกหดหู่
และขนลุกมากๆๆ

งานศิลปะชิ้นนี้ทำให้เราเข้าถึงความรู้สึกนี้จริงๆ..

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


แล้วก็ไปดู พิพิธภัณฑ์ ในส่วนต่างๆ


ส่วนใหญ่แล้วก็เกี่ยวกับความเป็นมา ครอบครัวของชาวยิว
ประสบการณ์ที่บันทึกลงในไดอารี่ ที่หลายคนรู้จัก
เช่น ของ Anne Franks..แต่ไดอารี่ตัวจริงไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะ
น่าจะอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แอนนา แฟรงค์ ที่อัมสเตอร์ดัม..
(เราเคยไปมาแล้ว..อิอิ)

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ภายในพิพิธภัณฑ์.. @

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

ระหว่างทาง..

จะเห็นช่องหน้าต่างในพิพิธภัณฑ์เป็นรูปแปลกๆ

สถาปนิกต้องการสื่อถึง รอยแผลอันเจ็บปวดของชาวยิว..

 

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ บาดแผลที่เจ็บปวด จารึกไว้บนผนัง.. @

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ช่วงเวลาสำคัญต่างๆ @

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ห้องนี้บอกเล่า..เรื่องราวของชาวยิวรุ่นใหม่
ที่ครอบครัวได้เผชิญกับช่วงเวลาอันเลวร้าย @

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

ยังมี อะไรอีกหลายอย่างที่ยังเขียนไม่หมด

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


พิพิธภัณฑ์ก็ค่อนข้างใหญ่ด้วย ต้องใช้เวลาดูนิดนึง
 เราเดินไม่ทั่วหรอกนะ ไว้มีโอกาสจะกลับมาอีก..

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

@ ที่รักกำลังฟังอะไรสักอย่าง.. @

 

 

แต่ก็ได้อะไรหลายๆอย่างกลับมา..

อาจจะพาให้เศร้า หดหู่ แต่นี่คือ..ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต
ที่เราจะต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก ซ้ำสอง..

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin


สิ่งที่จะทำให้โลกนี้ไม่มีสงคราม มีแต่ความสงบสุข..นั่นคือ..

ความรัก..

ความ เสมอภาค และ เคารพความแตกต่าง
ของกันและกัน..

 

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

อิ่มอกอิ่มใจที่ได้มาพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งใจมา
ไม่ผิดหวังเลยจริงๆ..

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

วันนี้ยังไม่จบนะ..
ช่วงเย็นเราจะไปช็อปปิ้ง และทานอาหารอร่อยๆกัน..
แอบเจอมุมน่ารักๆที่เบอร์ลินด้วยละ..

ไว้จะมาเขียนต่อครั้งต่อไปจ๊ะ..

 

วันนี้ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์
มีความสุขทุกๆวันนะ..

 Berlin Trip4 The Jewish Museum Berlin

 

 

 


ปล.ขอบคุณทุกข้อความและมิตรภาพดีๆนะคะ ได้อ่านหมดค่ะ และจะฝากข้อความให้เพื่อนที่ไม่เขียนไดในคอมเม้นสุดท้ายหน้าก่อนนะ ว่างๆจะแวะไปทักทายกันนะคะ คิดถึงเสมอๆ ^^

 

** ข้อมูลได้มาจาก หลายๆแหล่ง ถ้าต้องการอ้างอิงกรุณาตามลิงค์ข้างล่างนะ

Link to Daniel Libeskind
Link to Jewish Museum Berlin
Link to Wikipedia_Jewish Museum Berlin

 

Edit : text + picture
 

16.Mercy (Meeker Mix) - Bliss

Mercy : Bliss

 

 

 


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

ได้หน้านี้ได้เห็นถึงรูปธรรมและนามธรรมเลยนะจ๊ะโอ๊ต ถ่ายมาให้คนที่ไม่ได้ไป อยากไปสัมผัสบ้างจัง และมีคำอธิบายด้วยเยี่ยมจริงๆ เลย ^^
   
Sun 30 Mar 2008 21:59 [32]

เจ๋งมากอ่ะค่ะ ลึกซึ้งจัง
ขอบคุณสำหรับการตีความนะคะ
ไปดูเอง จะคิดได้แบบนี้มั้ยก็ไม่รู้
   
Sun 30 Mar 2008 18:10 [31]

จำได้ว่าเคนสนใจเรื่องของ แอนนา ตอนเรียน ม6 ตั้งใจว่าจะไปหาข้อมูลเพิ่มเติมซักหน่อย แล้วก็ลืมไปเลย จนมาวันนี้ โอ๊ตมาสะกิดให้อยากอีกรอบ

   
Sun 30 Mar 2008 13:39 [30]

^^ ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆๆค่ะ..

ดีใจๆๆๆ...อิอิ

ปล.ฝากข้อความถึงเพื่อนๆไม่มีไดนะคะ..

คุณเดือน tia@faxe ดีใจจังตามมาเที่ยวด้วยกัน..อิอิ โอ๊ตก็เพิ่งไปเรียนกลับมาค่ะ หลังจากหยุดอีสเตอร์ ที่โรงเรียนสอนช้ามากๆๆเลย เรียนมาสามเดือนละ ยังไม่ถึงไหนเลย..ยังไงสู้ๆๆกับภาษาเดนส์ไปด้วยกันนะคะ..
น้องจุ๊ย jazzy ไปบ้านแอนนา แฟรงค์ ที่อัมสเตอร์ดัมรึป่าวค่ะ ถ้าใช่ที่เดียวกันเลยพี่เคยไป..
น้อง ploy ฮ่าๆวันนี้เม้นแบบทางการ..พี่ก็เขียนแบบทางการเหมือนกัน..อิอิ ไปกันได้..ดีใจที่ได้คุยกันนะ
น้อง poppy หนังเรื่องชาวยิว คุ้นๆเหมือนกันค่ะ ไม่แน่ใจเคยดูมั้ย หรือเคยดูในสารคดีนี่แหล่ะ..อิอิ


   
Sat 29 Mar 2008 0:47 [29]

ทางเดิน ที่มีแท่งเหล็กเป็นรูปหน้าคน แล้วมีเสียง เหมือนเสียงร้อง ดูแล้วขนลุกเหมือนกันนะ
   
Fri 28 Mar 2008 20:47 [28]


ยอมรับว่าอ่านแล้วเข้าใจยาก

แต่ก็ยังอยากจะรู้ต่อไป

รักและคิดถึงมากๆ

พรุ่งนี้วันพระจะทำบุญตักบาตรเผื่อนะค่ะ
   
Fri 28 Mar 2008 19:57 [27]

หนูว่าดูแล้วมันรู้สึกหดหู่มาก ๆ เลยค่ะพี่โอ้ต
สงครามมันมีแต่ทำลาย และ ทำลาย
ปล เนตหนูเต่ามากเลยวันนี้ บางรูปก้อดูไม่ได้
   
Fri 28 Mar 2008 19:11 [26]

พี่โอ๊ตพาไปเที่ยววันนี้นึกถึงหนังที่เคยดู เกี่ยวกับชาวยิวนี้ล่ะค่ะ ที่ถูกพาขึ้นรถไฟไปสถานกักกันฆ่าทั้งครอบครัวอ่ะค่ะ T_T ม่ะรู้พี่จะเคยดูม่ะ
poppy   
Fri 28 Mar 2008 16:12 [25]
 

อืมมมม....อ่านไดวันนี้แล้วรู้สึกเครียดตามอ่ะค่ะ สงสัยเป็นเพราะชอบดูหนังแนวพวกนี้ด้วย แต่...ไม่อยากเศร้านานน่ะ จะเขียนแนวนี้อีกหลายวันป่าวเนี่ย 555 นิสัยไม่ดีเนาะ
   
Fri 28 Mar 2008 16:01 [24]

ลึกซึ้ง ละเอียด ละออ ได้ความรู้ มาก เหมือนดั่งได้ไปเดินเที่ยวด้วยตัวเอง ไม่สิ มากกว่า ด้วยซ้ำ เพราะ มีความรู้ ที่กลั่นกรอง มาแล้ว มาเล่าสู่กันฟัง

ขอบคุณนะคะ

^^
   
Fri 28 Mar 2008 15:52 [23]

อ่านแล้วเศร้าหดหู่มากเลยค่ะได้ความรู้ด้วยค่ะขอบคุณมากนะคะ
เยอรมันเหมือนญี่ปุ่นที่แพ้สงครามทำให้ชีวิตพวกเค้าคนรุ่นใหม่
ขยาดสงครามและขยันขันแข็งสร้างชาติตัวเองใหม่เพราะถูกระเบืดไม่มี
ชิ้นดีเลยในญี่ปุ่นเมื่อ 64 ปีที่แล้วเข้าใจความรู้สึกของคนเยอรมันมากเลยค่ะ
   
Fri 28 Mar 2008 13:57 [22]

อ่านแล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยนะคะ
   
Fri 28 Mar 2008 13:34 [21]

ลึกซึ้งมากเรยคะพี่โอ๊ต

รออ่าน จนจบทริปนะคร๊า
คิดถึงทุกวันเลยคร๊า

ปล.ซีแนะนำให้น้องที่เรียน ถาปัตย์ เข้ามาอ่านทริปนี้ด้วยคะ ขอคุนสำหรับความรุเพื่ออนาคตของชาติ นะค๊า ที่สาวสุดสวย
   
Fri 28 Mar 2008 12:50 [20]

ดูแล้วสวยผสมหดหู่อ่ะเนอะ มี่ได้อ่านเรื่องยิวบ้างเหมือนกัน เพราะสนใจอยู่ ก็เศร้าแทน แล้วก็ดูในหนัง ชิลเลอร์สลิสต์อ่ะ โดนกันหมดไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
ตึกเค้าสวยจริงๆค่ะ เป็นซิกแซก คนคิดนี่เก่งจริงๆ
   
Fri 28 Mar 2008 12:36 [19]

พี่โอต ไกด์คนสวย อิอิ

น่าตื่นเต้นมากมายคะ ดูไปลุ้นไป

มิสมิสนะคะ จุฟ จุฟ
   
Fri 28 Mar 2008 10:44 [18]

ตามไปเที่ยวด้วยทุกวันเลยค่าพี่โอ๊ต

สงครามมันไม่ได้ทำให้เกิดอะไรดีๆเล้ยยย -_-''


ปล.รุปไดพิ้งค์ที่พี่โอ๊ตเห็นหมดเพราะพิ้งค์โหลดเข้าไดคลับหล่ะค่ะ อิอิ
   
Fri 28 Mar 2008 10:25 [17]

เฮ้อ ได้อ่านไดน้องโอ๊ตเนี่ย มันดีจริงๆ รูปสวย ความรู้มี ถ้าพี่ไปเองคงได้แต่ เอ่อ อาไรน้อ

ขอแอบบอกว่าพี่เล่าให้สามีฟังว่า น้องโอ๊ตใช้กล้องธรรมดา แต่ถ่ายรูปสวยมากเลย ทึ่งจริงๆ
   
Fri 28 Mar 2008 8:42 [16]

ขอบคุณมั่กๆเลยโอ๊ตจ๋า เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยตัวเองเลยอ่ะ
   
Fri 28 Mar 2008 8:36 [15]

ชอบผลงานของสถาปนิกจังเลยพี่โอ๊ต
มันเหมือนจาเข้าใจยากนะค่ะ
แต่พอเข้าใจแล้ว... มันจา "อ่อ" โดยอัตโนมัติเลย
สงสารชาวยิวจัง
ทำไมต้องล้างฆ่าเผ่าพันธุ์ด้วย ไม่เข้าใจ >"<
สงสัยต้องหาหนังสือมาอ่านซะหน่อย ฮิๆ

ไดอารี่ของแอน พลอยก้อเคยอ่านอ่ะ
ที่มหาลัยเค้าให้อ่าน
อ่านแล้ว...เข้าใจความรุ้สึกเค้าเลย
สงครามนี่สร้างแต่ความเสียหาย และความเสียใจให้ชาวโลกจิงๆ

(วันนี้เม้นแบบทางการมาก ฮ่าๆ)

เมื่อวานดีใจ ได้แอบคุยกับพี่โอ๊ตนิดนึง ฮิๆ
:)
ploy   
Fri 28 Mar 2008 6:59 [14]

ตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับชาวยิว ตอนที่จะโดนเอาไปสังหารหมู่

อ่านแล้วแบบ มันบีบหัวใจอ่ะ เค้าคงทรมาณมากเลยนะ ก่อนตาย

มนุษย์ด้วยกัน ทำไมใจร้ายอย่างนี้นะ



รออ่านตอนต่อไป
   
Fri 28 Mar 2008 6:35 [13]

อ่านไดตอนที่แล้วละเมื่อกี้ ยังไม่ทันได้เมนท์เลย เนตหลุด เข้ามาเจอไดตอนใหม่เฉยเลย ฮ่าๆๆ ดีจริงๆ ได้เที่ยวต่อแบบทันใจ
อยากบอกคุณโอ้ตว่า ชอบที่คุณโอ้ตเขียนบรรยายแบบนี้ เข้าใจไม่ยากด้วยน่ะ รู้สึกเหมือนได้ไปด้วยเลยจริงๆ
อุ้มเองก็ชอบงานศิลปะเหมือนกัน เวลาไปเที่ยวไหน ถ้ามีเวลา ที่แรกที่จะต้องไป คือพิพิธภัณฑ์รูป เหอๆๆ ตะก่อนยังไม่มีแฟนก็ลากเพื่อนสาวไปด้วย เค้าจะรับมะค่อยได้น่ะ เค้าว่ามันน่าเบื่อ อย่างว่าแล่ะ เค้าไม่เข้าใจ คนชอบงานศิลเปรอะ เอ้ย ศิลปะ อย่างเรา ฮ่าๆๆ
ครั้งหนึ่งอุ้มเคยถึงกับร้องไห้ หน้ารูปโมนาลิซ่าที่ลูฟว์เลย ไม่ใช่ว่าซึ้งอะไรหรอก คือไอ้เพื่อนๆที่มันมาด้วย พอมันเห็นโมนาลิซ่า ถ่ายรูป แล้วมันก็จะไปช้อปปิ้งน้ำหอมกันต่อเลย แต่อุ้มไม่ยอมน่ะ คือมีงานศิลปะอีกตั้งหลายชิ้น ที่เรารู้จัก ชื่นชอบ และเคยแต่ได้เห็นจากในหนังสือ พอมีโอกาสได้เห็นของจริง เราก็ไม่อยากจะพลาดน่ะ ก็เลยเสียใจนิดหน่อย ที่จู่ๆ จะอดดู ยอมไม่ได้ น้ำตาไหลพราก ยังกะเด็กโดนขัดใจ ก๊ากๆๆ (ตอนนั้นก็ไม่เด็กแล้ว อายุสิบเจ็ดเห็นจะได้)
สรุปแล้ว มาบ่นอารายเนี่ย ฮ่าๆๆ
อยากบอกว่า งานถาปัดที่ชอบที่ฝรั่งเศส คือที่ Parc de la villette ค่า ไม่รู้คุณโอ้ตเคยได้ไปยัง อิๆๆ
   
Fri 28 Mar 2008 3:09 [12]

โห ยิ่งอ่านยิ่งตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ มากๆเลยพี่โอ้ต

คอนเซปของงานเค้าสุดยอดมากเลยอ่ะคะพี่ ตั้งแต่ตัวตึกทั้งหมด ลงไปถึงคอนเซปเล็กๆน้อยๆ สุดยอดดดดดดดดดดดด


ชอบตรงช่องแสงหน่ะคะ ที่แสดงถึงความหวังอันริบหรี่ของชาวยิว ยุคนั้น คิดได้อ่ะ ลงตัวมากๆ

ชาตินี้จะมีโอกาสได้ไปเห็นกับตาไหมเนี่ย


อีกทีๆ

สุดยอดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

O____________O แม่้เจ้า
   
Fri 28 Mar 2008 2:45 [11]

ภาพจากมุมสูงเจ๋งมากๆ เลยค่ะ
concept ดีมากๆ เลย สัมผัสได้ถึงอารมณ์และความรู้สึกของชาวยิวสมัยนั้นเลยค่ะ
   
Fri 28 Mar 2008 2:00 [10]

เห็นรูปแล้วหดหู่มากๆค๋ะ นี่ถ้าเราไปเองคงร้องให้เลยล่ะ นำตาซึมตอนโอ๊ตเล่าถึงหน้าเล็กๆทำให้นึกภาพออกเลย น่าสงสารเป็นที่สุด

ได้ของขวัญวันครบรอบจากกาเร็ธแล้วจ๊ะ แล้วจะมาเขียนพรุ่งนี้ วันนี้ไปทำงานก่อน

ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆเหมือนเคยจ๊ะ
   
Fri 28 Mar 2008 1:53 [9]

หน้านี้ตื่นเต้นกับเสียง fallen leaves ... เป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมาก
ยิ่งอ่านที่โอ๊ตเขียนยิ่งอยากไปดูล่ะ ... ดูในมุมมองของเด็กถาปัดมันน่าสนใจอย่างนี้นี่เอง ^^
ใจจดจ่อกับตอนต่อไป
   
Fri 28 Mar 2008 1:49 [8]

**ก่อนอื่นก็ต้องหวัดดีพี่โอ๊ตคนสวยก่อนค่ะ**

อยากบอกว่าพี่โอ๊ตข้อมูลที่พี่โอ๊ตนำมาบอกเล่าระเอียดมากๆเลยค่ะเหมือนกับได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

แต่ถ้าเป้นแนนไปเที่ยวแนนคงไม่รู้ลึกซึ้งแบบพี่โอ๊ตแน่นอนเลยเพราะแนนไม่ค่อยรู้เรื่องสถาปัตยกรรมกับเค้าเท่ารัย

แนนว่าพี่โอ๊ตน่าจะป็นไกด์แนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวพวกสถาปัตหรือพิพิธภัณฑ์น่ะค่ะแนนว่ามีแต่คนชอบพี่โอ๊ตทั้งนั้นเลย

สวยก็สวยแถมยังพกพาด้วยความสามารถแล้วก็ความรู้เรื่องข้อมูลเพียบ

วันนี้ที่ห้องเรียนมีนักเรียนมาใหม่ด้วยค่ะมาจากเบอร์ลินทำให้คิดถึงพี่โอ๊ตมาทันที...

หน้าที่แล้วแนนยังไม่ได้อ่านเลยค่ะเด่วยังงัยแนนแว้บไปอ่านหน้าก่อนด้วยน่ะค่ะ

คิดถึงน่ะค่ะพี่โอ๊ตคนสวย
เมื่อไหร่จะมาเที่ยวนอเวย์บ้างค่ะ
ที่พักอาหารฟรีค่ะ....

   
Fri 28 Mar 2008 1:48 [7]

^^ สถาปัตยกรรมเค้าสวยจริงๆนะโอ๊ต

ตัวเองไปเที่ยวแถมยังเปิดโลกทัศน์ให้กับคนที่อยู่ทางนี้ได้ไปเที่ยวด้วยอะ

ชอบมากๆเลยไดอารี่เซ็ดเที่ยวเบอร์ลินเนี่ยอะ
   
Fri 28 Mar 2008 1:24 [6]

โห ... รูปเพียบอีกแล้ว ... ข้าวหมกไก่ เมือไหร่จะเอามาโชว์ค่ะ ...
   
Fri 28 Mar 2008 1:12 [5]

เข้าใจยากจิงๆเพราะแอนไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยอ่ะ แต่ว่ามะนก้อน่าไปเที่ยวนะถึงแม้จะไม่เข้าใจก้อจามแต่เถอะก้ออยากไปอยู่ดีอ่ะ
   
Fri 28 Mar 2008 1:10 [4]

หดหู่มากมายอ่ะค่ะ
จุ๊ยเคยไปแอน แฟรงค์มา
ไปคนเดียวด้วย ถึงแม้บ้านจะไม่ใช่สถาปัตยกรรมชั้นสูง
แต่ผู้ดูแลเค้าเก็บทุกอย่างไว่เป็นอย่างดี
เหมือนครอบครัวแฟรงค์เพิ่งจากไป
ที่ประทับใจที่สุดคือ ขีดบอกความสูงของลูกๆบ้านนี้ตรงเสาปูน
ดูแล้วแบบว่าโอ้ว เค้าเก็บรักษาไว้ดีจริงๆ
พี่โอ้ตต้องไปให้ได้บ้างนะคะ
แล้วจุ๊ยจะไปเที่่ยวเบอร์ลินบ้าง
jazzy   
Fri 28 Mar 2008 1:02 [3]

โอ้โห.......
วันนึงของพี่โอ๊ตนี่เขียนได้กว่าหลายหน้าเลยเนอะ สาระล้วนๆ

อ่านไปก็ได้ความรู้ไป (ตอนแรกนึ้งนึกว่าเข้ามาเวปวิชาการ)
ได้แซวพี่โอ๊ตอีกแล้ว ยู้ฮู่.......

แต่คนสมัยก่อนเค้าทำกันได้จริงๆเลยเนอะพี่โอ๊ต ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี เราก็ต้องเก็บมาประมวลผลและเลือกยึดเป็นแบบอย่างกัน

รอต่อเรื่องช๊อปปิ่งด่วนน๊า

ทานอาหารเย็นให้อร่อยน๊าพี่โอ๊ต
   
Fri 28 Mar 2008 0:56 [2]

ว้า เม้นต์หน้าก่อนไปเมื่อกี้ หายไปอีกแหละ เลยขอมาหน้านี้แล้วกัน ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเยอรมันมีสถานปัตยกรรมสวยๆ แบบนี้เยอะ ต้องขอบคุณคุณโอ๊ตมากเลยที่พาไปเที่ยว ชอบตึกที่เป็นรูปแซ็กฯกับอนุสรณ์สถานหน้าที่แล้ว

อ่านยังไม่หมดเลยขอค้างไว้หน่อย ต้องรีบไปทำการบ้านภาษาเดนส์โหดๆ เห้อ คิดแล้วก็เหนื่อย เด่วพรุ่งนี้มาอ่านต่อนะค่ะ
tia@faxe   
Fri 28 Mar 2008 0:47 [1]