<< July >> S M T W T F S 28 29 30 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 1 << 2009>>
<< July >>
S
M
T
W
F
28
29
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
31
<< 2009>>
@ Tokyo : Harajuku, Shibuya, Akihabara, Shinjuku ~ เที่ยวโตเกียว 2 ~....@^^@ Tokyo : Beginning the Journey ~ เที่ยวโตเกียว 1 ~....@^^@ Koh Chang : In Love with Talay ~ ทริปเกาะช้าง 2 ~....@^^@ Koh Chang : You and Me in Paradise ~ ทริปเกาะช้าง 1 ~...@^^@ What a Wonderful Trip ~ เที่ยวญี่ปุ่น + ส่งท้ายเมืองไทย ~...@^^@ Meeting with Friends from Diaryclub ~ มิตรภาพที่น่ารัก ~.....@^^
ไดอารี่ที่ชื่นชอบKrabi Trip 2007Denmark Trip 2007Japan Trip 2006Life in Denmark 2006Greenland Wedding DayHoneymoon Trip..Ilulissat with IcebergsMy CookingLife in Greenland 1st AnniversaryTag แห่งความรักKoh Chang ทริปเกาะช้างDoi Tung เที่ยวดอยตุง
L i n k s
ไดอารี่หน้าล่าสุด
ครัวโอ๊ตโตโต้
เรื่องราวของความรัก
ทะเลกระบี่
ตะกายกำแพงเบอร์ลิน
เที่ยวอิสตันบูล
ซัมเมอร์เดนมาร์ก
ทริปแห่งความรัก
ชีวิตที่กรีนแลนด์
How to ไปขั้วโลกเหนือ
ไดอารี่จากขั้วโลกเหนือ
@ Tokyo : Harajuku, Shibuya, Akihabara, Shinjuku ~ เที่ยวโตเกียว 2 ~....@^^
วันพฤหัสบดี18 June 2009Tokyo, JAPANTemp. 25 degree celsius, Rainny วันที่สองของ Tokyo.. วันนี้กระเป๋าเราสองคนยังคงมาไม่ถึงเหมือนเดิม..เพราะฉะนั้นอาจเห็นเจ้าของได ใส่ชุดตัวเดิมเหมือนเมื่อวาน..อิอิ(กรุณาปิดจมูกระหว่างอ่าน..) .. เช้านี้คุณแม่น้อยจะพาเราสองคนไปเยี่ยมชมกิจการบริษัทคุณซากาตะ เป็นบริษัทเล็กๆ แต่งานที่ทำน่าทึ่งมากๆๆไม่แปลกใจเลยทำไมคนญี่ปุ่นถึงได้เก่งแบบนี้เพราะเค้าช่างคิด ช่างประดิษฐ์ ความคิดไม่เคยหยุดนิ่งเลยและไม่เคยยอมแพ้กับอุปสรรคเห็นแล้วอยากได้ความขยัน อดทน และเก่งแบบคนญี่ปุ่นสักครึ่งก็ยังดี..อิอิ @ ฟังเลคเชอร์อยู่..อิอิ @ เสร็จจากดูงานคุณแม่ คุณซากาตะ และทุกคนในออฟฟิชพาเราสองคนไปเลี้ยงอาหารเที่ยงเป็นราเมงที่อร่อยที่สู๊ดดดดด ในชีวิตเลย..อิอิ @ ราเมงอร่อยมากๆ @ @ คุณซากาตะ และคุณแม่น้อยที่น่ารัก..@ @ เราสองคน..(สังเกตุเสื้อเหมือนเมื่อวาน..อิอิ) @ เสร็จแล้วเราสองคนก็ขอตัวไปตะลุยโตเกียวกันต่อ..มิวาย..มีอุปสรรคมาสร้างความสนุกให้เราอีกละ..อิอิ ที่รักไปกด ATM แต่กดไม่ได้เพิ่งมารู้ว่าเครื่องที่นี่ไม่รับบัตรของต่างประเทศ..แง๊คุณซากาตะสงสารเราเลยให้ 1000 เยนไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองพอดีเจอร้าน 7-eleven เลยลองเข้าไปกดดู ปรากฏ เงินออกมา ดีใจกันใหญ่..อิอิ @ ตู้น้ำหยอดเหรียญมีทั่วเมือง (มีทั้งแบบร้อนและเย็น ราคาประมาณกระป๋องละ 120 yen) @ ปฎิบัติการณ์..ตะลุยคู่เที่ยวโตเกียว(เค้ามีแต่ตะลุยเดี่ยวนี่นา....อิอิ) เป็นปฏิบัติการณ์ที่ล้ำเลิศมากหนังสือนำเที่ยวก็ไม่มี (ก็อยู่ในกระเป๋าที่มาไม่ถึงไง)เสื้อผ้าก็ตัวเก่า..ใครเดินผ่านมาจะเหม็นมั้ยเนี่ย..อิอิ @ ในรถไฟ JR คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ @ 13.00 PM. "Harajuku" ย่านแฟชั่น วัยรุ่นฮาราจูกุ @ สถานีรถไฟฮาราจูกุ @ นั่งรถไฟไปลงสถานีฮาราจูกุแล้วเดินไปชิบูยะกัน @ แผนที่ที่เราเดิน จากฮาราจูกุ ไป ชิบูยะ @ ออกจากสถานีฮาราจูกุ เดินข้ามถนนเลี้ยวขวาเดินเลียบถนน Omotesando ไปเรื่อยๆ @ เดินเลียบถนนโอโมเตะซันโดะ @ "Omotesando Street" เป็นย่าน hight street แห่งหนึ่งของโตเกียวที่มีร้านแบรนด์เนม และ ตึกสถาปัตยกรรมใหม่ๆสวยๆให้ดูเยอะแยะเลย @ เบรนด์เนม ทั้ง Gucci, Prada, Zara อยู่ริมถนนนี้ @ @ แฟชั่นคนเดินถนน @ ส่วนฮาราจูกุ ถือเป็นย่านของวัยรุ่นกุ๊กๆโก๊ะๆอย่างเรา..อิอิมีสาวๆแต่งตัวสวยๆแปลกๆเยอะเลย..อิอิอาหารตาจริงๆ ที่รักชอบบบบมาก.. @ Tokyo street fashion @ เราเดินเข้าไปถนนเล็กๆของฮาราจูกุสายตาเหลือบไปเห็นป้าย Sale เราได้เสื้อไปหนึ่งตัว ที่รักจ่าย เอาไว้ใส่วันพรุ่งนี้ในกรณีที่กระเป๋ายังไม่มา (ข้ออ้าง..อิอิ) @ ช็อปปิ้งที่ร้านนี้..อิอิ @ @ รองเท้าอินเทรนที่ญี่ปุ่น @ เดิน 2 กิโลจากฮาราจูกุ ถึงชิบุยะ..เหนื่อยไม่ใช่เล่น..โชคดีที่เราฝึกฝนการเดินทนจากเดนมาร์กมาเลยสบาย แค่หอบแห๊กไปนิดหน่อย..อิอิ @ อ้าวว..เดินทางมาไกล มาเจอร้านขนมเดนมาร์กที่ญี่ปุ่น..อิอิ @ @ ขอสักรูป..อิอิ @ @ ตรงข้ามเป็นร้านอาหารไทย..(เดนมาร์ก กับเมืองไทยรักกันจัง..อิอิ) @ @ ร้านสะดวกซื้อเครื่องสำอางค์ราคาถูก มีทั่วไปในโตเกียว @ @ ร้านเค้ก.. @ @ เค้กจริงๆเหรอเนี่ย..ทำมันมันงามอย่างนี้..@ @ น่ากินเน๊าะ..@ 15.00 PM "Shibuya"ย่านช็อปปิ้ง ชิบุยะ จุดมุ่งหมายของเรา คือแยกวุ่นวายๆ ที่ชิบุยะ.. @ แผนที่ทางแยกวุ่นวายของชิบุยะ @ ได้ยินชื่อเสียงความวุ่นวายของแยกนี้มานานละเราเคยมาครั้งนึง เลยเฉยๆ แต่ที่รักดูจะตื่นเต้นมากๆเราลองเดินกับเค้ามาละ สนุกมากๆๆ..และก็ขึ้นไปบนร้าน starbucks นั่งชมวิวจากที่นั่นกันต่อ.. @ ลองเดินมาแล้วคะ..อิอิ (บ้านนอกจริงๆ) @ @ Shibuya, Tokyo @ Clip : มาข้ามถนนด้วยกันนะ..across shibuya junction แยกที่ชิบุยะมีความพิเศษ คือเวลาไฟแดงจะมีคนเดินข้ามถนนยั้วเยี้ยเต็มไปหมดแต่พอไฟเขียว รถก็ออกมาเต็มถนน คนหายวั๊บภายในหนึ่งนาที..มหัศจรรย์จริงๆ..อิอิ @ แยกวุ่นวาย ที่ชิบูยะ @ @ ดื่มกาแฟที่สตาร์บัค @ Clip : ShibuyaAmazing junction in Tokyo.. @ วิวจากร้าน Starbucks , Shibuya @ ทุกอย่าง ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว มีความเร่งรีบ กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา..นี่ถ้าเราหยุดเดิน เราอาจโดนคนอื่นกระแทกล้มลงก็ได้นะ..อิอิ เรานั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line(หรือ circle line) จากชิบุยะ ไปจุดหมายต่อไป.. @ ร้อยละ 80 ของคนญี่ปุ่นที่ขึ้นรถไฟจะชอบเล่นโทรศัทพ์มือถือ..อิอิ @ 16.00 PM. "Akihabara"ย่านอิเล็คโทรนิก อากิฮาบาระ @ เมืองแห่งอิเล็คโทรนิก และการ์ตูน อากิฮาบาระ @ ที่นี่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ขายเยอะแยะ ..อิอิ ตั้งใจไปซื้อกล้องถ่ายรูป..เล็งๆรุ่นมาจากเมืองไทยละ แต่มาเช็คราคาที่นี่ราคาพอๆกันเลย(แพงพอกัน^^")แต่ที่เมืองไทยได้ลดภาษี tax refund มากกว่านิดแถมได้ประกันไทยๆเลยเลือกซื้อที่ไทยดีกว่า..อิอิ @ กล้องถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด.. @ @ โน๊ตบุคตัวนี้น่ารักดี ที่แป้นเม้าท์มีภาพอนิเมชั่นด้วย @ 18.00 PM. "Shinjuku"ย่านห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงชินจูกุ ที่ชินจูกุมีห้าง ร้านอาหารเยอะแยะละลานตาที่น่าปวดหัวที่สุดคือสถานีรถไฟชินจูกุสุดยอดมากกก!!! .. หลงอยู่ในสถานีรถไฟนานมาก กว่าจะออกมาได้..ก็ทางออกมันมีไม่รู้กี่ทาง แถมคนก็อย่างกะมดยั้วเยี้ยไปหมดเล่นเอาวัยรุ่นปวดหัวเลย..อิอิ @ สถานี่รถไฟชินจูกุ @ โทรกลับไปหาคุณแม่ที่บ้านเรื่องกระเป๋า คุณแม่บอกยังไม่ได้..ฮากระจาย..แต่ไม่เป็นไร.. เราเลยแวะร้าน "Uniqlo"ร้านเสื้อผ้าชื่อดัง ราคาถูกของญี่ปุ่น ที่มีหลายสาขาทั่วเมืองสอยเสื้อ กุงเกงใน ชุดชั้นใน มาคนละเซ็ตกับที่รัก..อิอิ @ ช็อปเสื้อผ้าถูกที่ยูนิคิวโล @ พาที่รักไปทานข้าวตรงตรอกใกล้ๆสถานีรถไฟชินจูกุเราเคยเห็นมาทานที่นี่เมื่อสามปีก่อน..ชอบมากๆบรรยากาศเหมือนญี่ปุ่นแท้ๆ..อิอิ @ ตรอกข้าวสาร..เอ๊ย..ตรอกอะไรไม่รู้มีร้านอาหารเล็กๆใกล้ชินจูกุ @ เสียอย่างเดียว ตรงที่..บางร้านก็ไม่ต้อนรับแขกต่างชาติเค้าบอกว่าไม่มีเมนูภาษาอังกฤษเรางงเลย แล้วทำไมพูดภาษาอังกฤษกับช้านนได้ละ..ฮ่าๆๆ โชคดีที่มีร้านนึงต้อนรับเราสองคน..ดีใจๆๆ.. พอยืนเมนูมาให้เราเท่านั้นแหละ..เกาศีรษะแกร๊กๆอ่านไม่ออก แปลไม่ถูก ไม่รู้จะเดายังไงขำ(ในโชคชะตา)กันอยู่สองคน..ฮ่าๆๆ @ จิ้มๆๆ @ เลยปฏิบัติการณ์ จิ้มเมนู มั่วๆที่รักจะสั่งอันนี้จิ้มไป คนขายบอกกลับเป็นภาษาอังกฤษว่ามันคือเมนู drink..อ้าวว..คิดว่าอาหาร..แป๋วว.. แต่เจ้าของร้านใจดีมากๆ แม้ภาษาอังกฤษเค้าไม่เก่ง แต่ก็พยายามสื่อสารภาษาใบ้บ้าง อังกฤษแบบคำๆบ้าง บอกเราว่าอาหารนี่คืออะไรและ แนะนำบาร์บิคิวให้เราลองทานเราสองคนก็เลยโอเค๊..อิอิ อาหารมาละ..แต่เราสองคนทำไม่เป็นอีก..ลำบากเจ้าของร้านต้องมาทำให้..อิอิ @ บาร์บิคิวแบบญี่ปุ่นๆ @ แต่ก็น่ารักดีนะ..เราชอบอะไรแบบนี้มากๆๆไม่ต้องทานอาหารหรูๆ แต่ได้สัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น อิ่มละต้องรีบจับรถไฟ กลับบ้านคุณแม่..ออกจากที่ชินจูกุตอน 4 ทุ่มครึ่ง นั่งรถไฟสามต่อถึงบ้านคุณแม่ที่อยู่แถว Yoshikawa เกือบเที่ยงคืนพอดี..(คุณแม่แซวว่าเป็นนางซิน..อิอิ) คืนนี้เราหลับเป็นตายเพราะเดินทั้งวัน เมื่อยมากๆ .. พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับครอบครัวของคุณแม่ (แอบเศร้า)ก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยว เกียวโต กันต่อ.. .. คราวหน้า..จะพาไปเที่ยว "เกียวโต"กันนะ ไปเจอเพื่อนที่น่ารักคนนี้ด้วย..อิอิ VV @ อาโนเน๊ะ.. @ วันนี้ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์มีความสุขทุกๆวัน.. ปล.ขอบคุณทุกข้อความ และมิตรภาพดีๆที่ฝากให้กันค่ะ ได้อ่านหมดทุกข้อความนะคะ ว่างๆจะแวะไปทักทายกันน๊า คิดถึงทุกคนเสมอๆๆ ^^ Automatic : Hikaru Utada
วันพฤหัสบดี18 June 2009Tokyo, JAPANTemp. 25 degree celsius, Rainny
วันที่สองของ Tokyo..
วันนี้กระเป๋าเราสองคนยังคงมาไม่ถึงเหมือนเดิม..เพราะฉะนั้นอาจเห็นเจ้าของได ใส่ชุดตัวเดิมเหมือนเมื่อวาน..อิอิ(กรุณาปิดจมูกระหว่างอ่าน..)
..
เช้านี้คุณแม่น้อยจะพาเราสองคนไปเยี่ยมชมกิจการบริษัทคุณซากาตะ
เป็นบริษัทเล็กๆ แต่งานที่ทำน่าทึ่งมากๆๆไม่แปลกใจเลยทำไมคนญี่ปุ่นถึงได้เก่งแบบนี้เพราะเค้าช่างคิด ช่างประดิษฐ์ ความคิดไม่เคยหยุดนิ่งเลยและไม่เคยยอมแพ้กับอุปสรรคเห็นแล้วอยากได้ความขยัน อดทน และเก่งแบบคนญี่ปุ่นสักครึ่งก็ยังดี..อิอิ
@ ฟังเลคเชอร์อยู่..อิอิ @
เสร็จจากดูงานคุณแม่ คุณซากาตะ และทุกคนในออฟฟิชพาเราสองคนไปเลี้ยงอาหารเที่ยงเป็นราเมงที่อร่อยที่สู๊ดดดดด ในชีวิตเลย..อิอิ
@ ราเมงอร่อยมากๆ @
@ คุณซากาตะ และคุณแม่น้อยที่น่ารัก..@
@ เราสองคน..(สังเกตุเสื้อเหมือนเมื่อวาน..อิอิ) @
เสร็จแล้วเราสองคนก็ขอตัวไปตะลุยโตเกียวกันต่อ..มิวาย..มีอุปสรรคมาสร้างความสนุกให้เราอีกละ..อิอิ
ที่รักไปกด ATM แต่กดไม่ได้เพิ่งมารู้ว่าเครื่องที่นี่ไม่รับบัตรของต่างประเทศ..แง๊คุณซากาตะสงสารเราเลยให้ 1000 เยนไปซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองพอดีเจอร้าน 7-eleven เลยลองเข้าไปกดดู ปรากฏ เงินออกมา ดีใจกันใหญ่..อิอิ
@ ตู้น้ำหยอดเหรียญมีทั่วเมือง (มีทั้งแบบร้อนและเย็น ราคาประมาณกระป๋องละ 120 yen) @
ปฎิบัติการณ์..ตะลุยคู่เที่ยวโตเกียว(เค้ามีแต่ตะลุยเดี่ยวนี่นา....อิอิ)
เป็นปฏิบัติการณ์ที่ล้ำเลิศมากหนังสือนำเที่ยวก็ไม่มี (ก็อยู่ในกระเป๋าที่มาไม่ถึงไง)เสื้อผ้าก็ตัวเก่า..ใครเดินผ่านมาจะเหม็นมั้ยเนี่ย..อิอิ
@ ในรถไฟ JR คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ @
13.00 PM.
"Harajuku"
@ สถานีรถไฟฮาราจูกุ @
นั่งรถไฟไปลงสถานีฮาราจูกุแล้วเดินไปชิบูยะกัน
@ แผนที่ที่เราเดิน จากฮาราจูกุ ไป ชิบูยะ @
ออกจากสถานีฮาราจูกุ เดินข้ามถนนเลี้ยวขวาเดินเลียบถนน Omotesando ไปเรื่อยๆ
@ เดินเลียบถนนโอโมเตะซันโดะ @
"Omotesando Street"
เป็นย่าน hight street แห่งหนึ่งของโตเกียวที่มีร้านแบรนด์เนม และ ตึกสถาปัตยกรรมใหม่ๆสวยๆให้ดูเยอะแยะเลย
@ เบรนด์เนม ทั้ง Gucci, Prada, Zara อยู่ริมถนนนี้ @
@ แฟชั่นคนเดินถนน @
ส่วนฮาราจูกุ ถือเป็นย่านของวัยรุ่นกุ๊กๆโก๊ะๆอย่างเรา..อิอิมีสาวๆแต่งตัวสวยๆแปลกๆเยอะเลย..อิอิอาหารตาจริงๆ ที่รักชอบบบบมาก..
@ Tokyo street fashion @
เราเดินเข้าไปถนนเล็กๆของฮาราจูกุสายตาเหลือบไปเห็นป้าย Sale เราได้เสื้อไปหนึ่งตัว ที่รักจ่าย เอาไว้ใส่วันพรุ่งนี้ในกรณีที่กระเป๋ายังไม่มา (ข้ออ้าง..อิอิ)
@ ช็อปปิ้งที่ร้านนี้..อิอิ @
@ รองเท้าอินเทรนที่ญี่ปุ่น @
เดิน 2 กิโลจากฮาราจูกุ ถึงชิบุยะ..เหนื่อยไม่ใช่เล่น..โชคดีที่เราฝึกฝนการเดินทนจากเดนมาร์กมาเลยสบาย แค่หอบแห๊กไปนิดหน่อย..อิอิ
@ อ้าวว..เดินทางมาไกล มาเจอร้านขนมเดนมาร์กที่ญี่ปุ่น..อิอิ @
@ ขอสักรูป..อิอิ @
@ ตรงข้ามเป็นร้านอาหารไทย..(เดนมาร์ก กับเมืองไทยรักกันจัง..อิอิ) @
@ ร้านสะดวกซื้อเครื่องสำอางค์ราคาถูก มีทั่วไปในโตเกียว @
@ ร้านเค้ก.. @
@ เค้กจริงๆเหรอเนี่ย..ทำมันมันงามอย่างนี้..@
@ น่ากินเน๊าะ..@
15.00 PM
"Shibuya"
จุดมุ่งหมายของเรา คือแยกวุ่นวายๆ ที่ชิบุยะ..
@ แผนที่ทางแยกวุ่นวายของชิบุยะ @
ได้ยินชื่อเสียงความวุ่นวายของแยกนี้มานานละเราเคยมาครั้งนึง เลยเฉยๆ แต่ที่รักดูจะตื่นเต้นมากๆเราลองเดินกับเค้ามาละ สนุกมากๆๆ..และก็ขึ้นไปบนร้าน starbucks นั่งชมวิวจากที่นั่นกันต่อ..
@ ลองเดินมาแล้วคะ..อิอิ (บ้านนอกจริงๆ) @
@ Shibuya, Tokyo @
Clip : มาข้ามถนนด้วยกันนะ..across shibuya junction
แยกที่ชิบุยะมีความพิเศษ คือเวลาไฟแดงจะมีคนเดินข้ามถนนยั้วเยี้ยเต็มไปหมดแต่พอไฟเขียว รถก็ออกมาเต็มถนน คนหายวั๊บภายในหนึ่งนาที..มหัศจรรย์จริงๆ..อิอิ
@ แยกวุ่นวาย ที่ชิบูยะ @
@ ดื่มกาแฟที่สตาร์บัค @
Clip : ShibuyaAmazing junction in Tokyo..
@ วิวจากร้าน Starbucks , Shibuya @
ทุกอย่าง ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว มีความเร่งรีบ กระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา..นี่ถ้าเราหยุดเดิน เราอาจโดนคนอื่นกระแทกล้มลงก็ได้นะ..อิอิ
เรานั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line(หรือ circle line) จากชิบุยะ ไปจุดหมายต่อไป..
@ ร้อยละ 80 ของคนญี่ปุ่นที่ขึ้นรถไฟจะชอบเล่นโทรศัทพ์มือถือ..อิอิ @
16.00 PM.
"Akihabara"ย่านอิเล็คโทรนิก อากิฮาบาระ
@ เมืองแห่งอิเล็คโทรนิก และการ์ตูน อากิฮาบาระ @
ที่นี่มีอุปกรณ์ไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ขายเยอะแยะ ..อิอิ
ตั้งใจไปซื้อกล้องถ่ายรูป..เล็งๆรุ่นมาจากเมืองไทยละ แต่มาเช็คราคาที่นี่ราคาพอๆกันเลย(แพงพอกัน^^")แต่ที่เมืองไทยได้ลดภาษี tax refund มากกว่านิดแถมได้ประกันไทยๆเลยเลือกซื้อที่ไทยดีกว่า..อิอิ
@ กล้องถ่ายรูปเยอะแยะไปหมด.. @
@ โน๊ตบุคตัวนี้น่ารักดี ที่แป้นเม้าท์มีภาพอนิเมชั่นด้วย @
18.00 PM.
"Shinjuku"ย่านห้างสรรพสินค้า แหล่งบันเทิงชินจูกุ
ที่ชินจูกุมีห้าง ร้านอาหารเยอะแยะละลานตาที่น่าปวดหัวที่สุดคือสถานีรถไฟชินจูกุสุดยอดมากกก!!!
หลงอยู่ในสถานีรถไฟนานมาก กว่าจะออกมาได้..ก็ทางออกมันมีไม่รู้กี่ทาง แถมคนก็อย่างกะมดยั้วเยี้ยไปหมดเล่นเอาวัยรุ่นปวดหัวเลย..อิอิ
@ สถานี่รถไฟชินจูกุ @
โทรกลับไปหาคุณแม่ที่บ้านเรื่องกระเป๋า คุณแม่บอกยังไม่ได้..ฮากระจาย..แต่ไม่เป็นไร..
เราเลยแวะร้าน "Uniqlo"ร้านเสื้อผ้าชื่อดัง ราคาถูกของญี่ปุ่น ที่มีหลายสาขาทั่วเมืองสอยเสื้อ กุงเกงใน ชุดชั้นใน มาคนละเซ็ตกับที่รัก..อิอิ
@ ช็อปเสื้อผ้าถูกที่ยูนิคิวโล @
พาที่รักไปทานข้าวตรงตรอกใกล้ๆสถานีรถไฟชินจูกุเราเคยเห็นมาทานที่นี่เมื่อสามปีก่อน..ชอบมากๆบรรยากาศเหมือนญี่ปุ่นแท้ๆ..อิอิ
@ ตรอกข้าวสาร..เอ๊ย..ตรอกอะไรไม่รู้มีร้านอาหารเล็กๆใกล้ชินจูกุ @
เสียอย่างเดียว ตรงที่..บางร้านก็ไม่ต้อนรับแขกต่างชาติเค้าบอกว่าไม่มีเมนูภาษาอังกฤษเรางงเลย แล้วทำไมพูดภาษาอังกฤษกับช้านนได้ละ..ฮ่าๆๆ
โชคดีที่มีร้านนึงต้อนรับเราสองคน..ดีใจๆๆ..
พอยืนเมนูมาให้เราเท่านั้นแหละ..เกาศีรษะแกร๊กๆอ่านไม่ออก แปลไม่ถูก ไม่รู้จะเดายังไงขำ(ในโชคชะตา)กันอยู่สองคน..ฮ่าๆๆ
@ จิ้มๆๆ @
เลยปฏิบัติการณ์ จิ้มเมนู มั่วๆที่รักจะสั่งอันนี้จิ้มไป คนขายบอกกลับเป็นภาษาอังกฤษว่ามันคือเมนู drink..อ้าวว..คิดว่าอาหาร..แป๋วว..
แต่เจ้าของร้านใจดีมากๆ แม้ภาษาอังกฤษเค้าไม่เก่ง แต่ก็พยายามสื่อสารภาษาใบ้บ้าง อังกฤษแบบคำๆบ้าง บอกเราว่าอาหารนี่คืออะไรและ แนะนำบาร์บิคิวให้เราลองทานเราสองคนก็เลยโอเค๊..อิอิ
อาหารมาละ..แต่เราสองคนทำไม่เป็นอีก..ลำบากเจ้าของร้านต้องมาทำให้..อิอิ
@ บาร์บิคิวแบบญี่ปุ่นๆ @
แต่ก็น่ารักดีนะ..เราชอบอะไรแบบนี้มากๆๆไม่ต้องทานอาหารหรูๆ แต่ได้สัมผัสวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น
อิ่มละต้องรีบจับรถไฟ กลับบ้านคุณแม่..ออกจากที่ชินจูกุตอน 4 ทุ่มครึ่ง นั่งรถไฟสามต่อถึงบ้านคุณแม่ที่อยู่แถว Yoshikawa เกือบเที่ยงคืนพอดี..(คุณแม่แซวว่าเป็นนางซิน..อิอิ)
คืนนี้เราหลับเป็นตายเพราะเดินทั้งวัน เมื่อยมากๆ ..
พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ได้อยู่กับครอบครัวของคุณแม่ (แอบเศร้า)ก่อนที่เราจะเดินทางไปเที่ยว เกียวโต กันต่อ..
คราวหน้า..จะพาไปเที่ยว "เกียวโต"กันนะ ไปเจอเพื่อนที่น่ารักคนนี้ด้วย..อิอิ
VV
@ อาโนเน๊ะ.. @
วันนี้ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์มีความสุขทุกๆวัน..
ปล.ขอบคุณทุกข้อความ และมิตรภาพดีๆที่ฝากให้กันค่ะ ได้อ่านหมดทุกข้อความนะคะ ว่างๆจะแวะไปทักทายกันน๊า คิดถึงทุกคนเสมอๆๆ ^^
Automatic : Hikaru Utada
Name : Email : URL : Comment : กรอกตัวเลขก่อนส่ง
น่าเที่ยวมากค่ะพี่โอ๊ต แต่อ่านไดพี่โอ๊ตแล้วเลยคิดถึงความหลังกะพี่ชด (คิดไปโน่น) ว่าแต่ว่ากระเป๋าพี่โอ๊ตเดินทางมาถึงยังอะคะ ^^ รอไปเกียวโตค่ะ Fri 3 Jul 2009 10:51 [26] รอไปเที่ยวต่อนะจ๊ะ พี่จี Fri 3 Jul 2009 10:29 [25] อยากไปบ้างจังเลยคะพี่โอ๊ต ดูมันวุ่นวายไปหมด ฮ่าๆ Ginew Fri 3 Jul 2009 10:27 [24] ยิ่งดูยิ่งชอบอ่ะ อยากไปๆ รอตอนต่อไปนะค่ะ Fri 3 Jul 2009 10:02 [23] เห็นแล้วอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจังเลยคะพี่โอ๊ต ท่าทางจะน่าสนุกเนอะ บาบีคิวน่ากินมากๆ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรและกำลังใจให้พ่ออิ๋วนะคะ เด่ววันเสาร์นี้ (พรุ่งนี้แล้วสิ) ก็จะกลับแพร่อีกแล้วค๊า ไว้จะหาอะไรอร่อยๆ มายั่วน้ำลายพี่โอ๊ตนะคะ Fri 3 Jul 2009 9:36 [22] ตามอ่านมาสองวัน พี่โอ๊ตถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกเลยค่ะ แบบเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยกันเลยนะเนี่ย ^^ คิดถึงตรอกตรงชิน(จุกุ ) เหมือนกันค่ะ เคยไปกินไม่กี่ครั้ง แต่... ได้บรรยากาศดีมากเลยนะคะว่าไหม ลงเพลงนี้ อูยยย... สมัยน้ำมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆเลยค่ะ คิดถึงสมัยก่อน ฮ่า ยังไม่แก่จั๊กหน่อยเนาะ รออ่านทริปเกียวโตนะคะ พี่สาว Fri 3 Jul 2009 9:16 [21] ตามอ่านมาสองวัน พี่โอ๊ตถ่ายรูปสวยมากกกกกกกกเลยค่ะ แบบเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยกันเลยนะเนี่ย ^^ คิดถึงตรอกตรงชิน(จุกุ ) เหมือนกันค่ะ เคยไปกินไม่กี่ครั้ง แต่... ได้บรรยากาศดีมากเลยนะคะว่าไหม ลงเพลงนี้ อูยยย... สมัยน้ำมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆเลยค่ะ คิดถึงสมัยก่อน ฮ่า ยังไม่แก่จั๊กหน่อยเนาะ รออ่านทริปเกียวโตนะคะ พี่สาว Fri 3 Jul 2009 9:16 [20] เที่ยวตะลุยญี่ปุ่นได้บรรยากาศมากเลยคะ ถึงจะใส่ชุดเดิม แต่หน้าตายังสดใสไม่มีใครรู้หรอกคะ อิอิ เที่ยวสนุก รักษาสุขภาพนะคะ Fri 3 Jul 2009 8:53 [19] ตามอ่านตอนที่แล้วด้วย และตอนนี้ก็ด้วยค่ะ น่าเที่ยวจังเลยนะคะ อยากมีโอกาสไปบ้างจังเลย อาหารญี่ปุ่น น่ากินที่ซู๊ดดดดดดดดดดด phraebear Fri 3 Jul 2009 8:34 [18] จัดไปคร้าบบบบบ ชอบ ๆ เที่ยวเพลินเลย หนุกดีอ่ะพี่โอ๊ต.. (กระเป๋าเจ้ากรรม..สั่งให้ไปรอที่บ้านเลยดีกว่า แก้วว่า..5555) Fri 3 Jul 2009 7:57 [17] พลอยขอยกให้คู่พี่โอ๊ตเปนคู่รักผจญภัยได้มั๊ยค่ะ ฮิๆๆ เที่ยวแบบนี้น่าสนุกอ่ะพี่โอ๊ต ได้ลองผิด ลองถูก ตื่นเต้นดี ^^ อ่านไดพี่โอ๊ตวันนี้ แล้วอยากไปญี่ปุ่นแล้วนะเนี่ยยยยยยย (เปนแบบนี้ทุกทีเลย >"<) ปล. ช่วงนี้พลอยสอบไฟนอลค่ะพี่โอ๊ต เลยไม่ได้แวะเข้ามาทุกวันน้าา แถมเนตก้อเห่ยได้อีก เง้อออ แต่คิดถึงพี่โอ๊ตซำเหมอนะก่ะ ฮิๆ Ploy Fri 3 Jul 2009 7:51 [16] ทีแรกคอมเม้นท์ไม่ขึ้นก็เลยพิมพ์ใหม่อ่ะค่ะ อิ อิ Fri 3 Jul 2009 6:28 [15] สวัสดีค่ะน้องโอ๊ต ต้องบอกตรงนี้ว่าน้องทั้งสองคนนี่เก่งจริงๆเลยไปได้ทุกที่นะคะอย่างกับผู้ชำนาญ เลยอ่ะค่ะเก่งกว่าคุณแม่อีกเพราะคุณแม่ไม่เคยไปนั่งดูคนเดินเลยที่ชิบูย่านี่คุณแม่เคยมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่นี่นะคะรร.สอนภาษาอยู่หลังตึก 109 ที่เรียนเพราะไม่มีคนไทยในสมัยเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้วถ้ามีคนไทยก็ไม่อยากเรียนเพราะไม่อยากพูดภาษาไทยอ่ะค่ะเดี๋ยวเรียนไม่ทันคนอื่น อิ อิ ที่ฮาราจูกุถนนโอโมเทซานโดะคุณแม่เคยไปยืนขายขดชื่อที่ทำจากสายโทรศัพท์ด้วยนะคะตอนนี้ขายไม่ได้แล้วเค้าไม่ให้ขาย( ซากะตะซัง )ทั้งๆที่ขายดีมากเลยค่ะขายแป๊บๆได้สามสี่พันบาท อิ อิ และร้านอาหารที่น้องทั้งสองไปทานนั่นคุณแม่เคยไปทานกับยามาดะซังตอนที่เค้ายังอยู่เห็นแล้วให้คิดถึงอดีตดีจัง อิ อิ ที่นั่นนะเป็นแหล่งขายกับแกล้มและดูเก่าๆดีคุณแม่ชอบจังได้เห็นตัวตนของคนญี่ปุ่นจริงๆค่ะอาหารก็ไม่ใช่ราคาถูกนะคะนั่นเป็นแหล่งที่หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยซึ่งเห็นว่าเขตนั้นเค้าอนุรักษ์ด้วยค่ะ รออ่านเรื่องราวดีดีกับบรรยากาศน่ารักๆที่นาโงย่ากับเกียวโตนะคะ รักษษสุขภาพด้วยค่ะ คิดถึงน้าาาาาาาาา Fri 3 Jul 2009 6:20 [14] เง้ออ ช่วงนี้ติดเกมคะ แต่แอบเข้ามาไดพี่โอ๊ตบ่อยน๊าาา อยากไปญึ่ปุางบ้างอ่าาา พี่โอ๊ตจุดประกายไฟในตัวอีกรอบ ฮ่าๆๆ..เรื่องตั๋วอ่า ตกจัยทำไมถูกมากมายงั้นละคะ นูู๋ออม Fri 3 Jul 2009 6:14 [13] สวัสดีค่ะ ต้องบอกว่าน้องโอ๊ตเก่งมากกก ไปได้ทุกที่เลยเล่นเอาคนที่อยู่ที่นี่ตกใจ อิ อิ เพราะไม่เคยไปนั่งดูคนเดินเลยอ่ะค่ะที่ชิบูย่านั่นคุณแม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่น ที่นั่นไม่มีคนไทยเรียนในสมัยนั้นเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้วที่มีคนไทยเรียนมาอยู่ แถวชินจูกุคุณแม่นิสัยไม่ดีมีคนไทยเรียนที่ไหนก็ไม่อยากเรียนเพราะกลัวต้องไปนั่งคุยกันด้วยภาษาไทยอ่ะค่ะ และแถวตรงถนนโอโมเทซานโดะนี่นคุณแม่ก็เคยไปยืนขายขดชื่อที่ทำจากสายโทรศัพท์ขายดีมากเลยตอนนี้ขายไม่ได้แล้ว คุณโอ็ตกับคุณคุณโอเลยอดจริงๆที่ไปหาทานอาหารตรงนั้นคุณแม่เคยไปทานกับยามาดะซังที่นั่นนะคะเห็นแล้วให้สะท้อนใจคิดถึงเค้าคนนั้นเลยค่ะ รอชมรูปสวยๆและบรรยากาศน่ารักๆที่นาโงย่าต่อค่ะ อิ อิ Fri 3 Jul 2009 5:59 [12] ฮ่าๆๆ ขำพี่โอ๊ดกับพี่ที่รักจิ้มเมนู ฮี่ๆๆๆ คนเยอะม๊ากกกกกก แต่อยากไปๆ เค้กน่าทานที่สู๊ดดดดด Fri 3 Jul 2009 5:59 [11] เห็นแล้วอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นจัง ความใฝ่ฝันอยากไปฮันณีมูน ( แต่แต่งมา ๓ ปีแล้วยังอยากฮันณีมูนตลอด) บังคับซะมีทุกวัน อิ อิ Fri 3 Jul 2009 4:31 [10] อ้าว เม้นท์ไม่ขึ้น เอาใหม่ๆ หน้านี้ขอกรี้ด เค้ากอย่างเดียวเลย น่ากินมากๆๆๆๆ กี้ดดดๆๆๆๆๆๆ Fri 3 Jul 2009 2:47 [9] หน้านี้ไม่กรี้ดอะไร นอกจาก เค้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด น่ากินมากๆๆๆ Fri 3 Jul 2009 2:47 [8] เดี๋ยว ... พี่ไม่ได้อ่านทวนที่เขียน เอาใหม่นะคะ การที่จะทำให้ภาพชัดหน้าเบลอหลัง สิ่งที่เป็นตัวกำหนดคือ Aperture (รูรับแสง) ซึ่งปรกติส่วนมากแล้วพี่จะใช้โหมด Aperture ในการถ่ายรูปค่ะ ถ้าเราตั้ง F สูง (ตัวเลขเยอะ) ชัดหมด F ต่ำ (ตัวเลขน้อย) หน้าชัดหลังเบลอ เอาเป็นอย่างที่พี่บอกว่า ถ้าต้องการซับเจ็คชัดหลังเบลอ เช่นถ่ายดอกไม้ ตั้งค่า F ให้ตัวเลขน้อยๆเอาไว้ ถ้าถ่ายวิวที่ต้องการให้ชัดหมด ก็ตั้ง F สูงๆ ตัวเลขเยอะๆ ภาพก็จะชัดหมดค่ะ แต่การที่เราตั้ง F สูง มันจะไปสัมพันธ์กับ speed shuter ด้วย ซึ่งเรื่องสำคัญก็คือแสงน่ะค่ะ ถ้าพี่อธิบายแล้วทำให้งง พี่ขอโทษด้วยนะคะ พี่เองไม่เคยเรียนพื้นฐานของการใช้กล้องมาก่อน พี่หัดจากการถ่ายรูปโดยตรงน่ะค่ะ พีพิม Fri 3 Jul 2009 2:41 [7] เห็นแล้วอยากกระโดดเข้าจอไปโตเกียวด้วยเลยค่ะน้องโอ๊ต พี่ชอบชิบูยะมาก พี่เคยไปทานซูชิแบบบุพเฟ่(ชายหญิง) นั่งแล้วเห็นวิวชินจูกุล่ะค่ะ จำได้ว่าอร่อยมากกกกกก พี่ชอบอาหารญี่ปุ่นละ ชอบช้อปปิ้งที่ญี่ปุ่นด้วย อะไรมันก็น่าซื้อไปหมดเนอะ อยากไปๆๆๆๆ เรื่องกล้องนะคะ ถ้าน้องโอ๊ตต้องการหลังเบลอมากๆ ก็ต้องตั้งค่า F แคบๆ (คือตั้ง F ตัวเลขน้อยๆ) ถ้าต้องการชัดหมด ก็ตั้ง F กว้างๆ (คือ F ตัวเลขเยอะ) พอจะนึกที่พี่อธิบายออกมั๊ยคะ เช่น F 2.8 จะหน้าชัดหลังเบลอสุดๆ F 13 ชัดเท่ากันหมดน่ะคะ เลนส์ 18-55 พี่ว่ามันออกจะอึดอัดไปสักนิด พี่มักจะยุให้ใครๆซื้อ 18-200 เอาไว้หนึ่งตัว สำหรับเวลาไปเที่ยว เวลาที่ไม่มีเวลาละเมียดละไมกับการถ่ายรูปมากนัก แล้วนอกจากนั้นก็ซื้อเลนส์ฟิกซ์ตามลักษณะการชอบ อย่างน้องโอ๊ตชอบถ่ายดอกไม้ ก็น่าจะมีเลนส์มาโครสักตัว มี wide สักตัวเวลาถ่ายแลนด์สเคปน่ะค่ะ อย่างน้องโอ๊ตเดี๋ยวก็คุ้นเคยกับกล้องแล้วละ ใช้เวลาไม่นานหรอก ถ่ายเยอะๆนะคะ จะได้คุ้นกันเร็วๆ อยากเห็นรูปจากกล้องใหม่เร็วๆจังเลยค่ะ พี่พิม Fri 3 Jul 2009 2:30 [6] ตามอ่านไดพี่โอ๊ต(ขอเรียกพี่น่ะค่ะ) มาตั้งแต่ไปเมืองไทยแร๊ะ แต่ไม่ได้เม้นท์ แห่ะๆๆๆ เป็นพวกอีแอบอ่ะค่ะ ฮ่าๆๆ อ่านไดพี่โอ๊ตแล้วคิดถึงตอนไปญี่ปุ่นเหมือนกัน สูตรเดียวกันเลยค่ะ อิอิ ร้านเสื้อ Uniqlo เป็นร้านโปรดของครอบครัวติ๊กเลยล่ะค่ะ น่ารัก ๆ เยอะ แล้วถูกด้วย อ่านไดวันนี้แล้วอยากจะไปญี่ปุ่นอีกสักวันนี้พรุ่งนี้เลยค่ะ Fri 3 Jul 2009 1:53 [5] อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นมั่งจังเลยอ่ะพี่โอ๊ต miss miss นะคะ Fri 3 Jul 2009 1:02 [4] คืดถึงนะค่ะพี่โอ๊ต Fri 3 Jul 2009 0:49 [3] มาเจิมไห้จ๊ะ คิดถึงพี่โอ๊ตนะ Fri 3 Jul 2009 0:48 [2] มาปักธงหนึ่งจึ๊กกก... ไปดูรูปจากไดอารี่น้องตาลมาแล้วค๊า Tan..Myoldmemory Fri 3 Jul 2009 0:46 [1]